สารพันข้อสงสัยเรื่องการเงินของคนวัยทำงาน ตอน2
ช่วง : “เส้นทางลงทุนกับกองทุนบัวหลวง"
ตอน : สารพันข้อสงสัยเรื่องการเงินของคนวัยทำงาน ตอน2
ผู้ร่วมรายการ : คุณวศิน วัฒนวรกิจกุล CFP® Managing Director, Head of Business Distribution บลจ.บัวหลวง จำกัด
พิธีกร : คุณเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล
🚩กองทุนบัวหลวง จัด Investment workshop อย่างสม่ำเสมอและได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจจากงานรอบที่ผ่านมามาฝากกันครับ
🚩น.ส.นัฏกานต์ วันทวงศ์ (เนส) อายุ 30 ปี
🚩ถามว่าถ้าเรามีหลายเป้าหมาย มีเป้าหมายเกษียณ และมีเป้าหมายอื่นอีกสัก 10 ปี หลังจากนี้ เราจะแบ่งเงินลงทุนอย่างไรดี
🚩กองทุนบัวหลวงแนะนำว่าเราทุกคนสามารถมีได้หลายเป้าหมาย ความสำคัญอยู่ที่ “เป้าหมายของเราต้องชัดเจน” เพราะเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เราสามารถจัดสรรเงินลงทุนได้ดีขึ้นและมีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมาย โดยการทำเป้าหมายให้ชัดเจนนั้น เราต้องสามารถระบุให้ได้ว่าเป้าหมายของเราคืออะไร จำนวนเงินที่เราต้องการสำหรับเป้าหมายนั้น และระยะเวลาที่ต้องการใช้เพื่อบรรลุเป้าหมาย
🚩เป้าหมายระยะสั้น : ไปเที่ยวญี่ปุ่นในอีก 1 ปีข้างหน้ากับครอบครัว ใช้เงิน 200,000 บาท
(ความสำคัญมาก เพราะในครอบครัวคาดหวังอยากไปมาก)
🚩แนะนำให้ใช้เงินเก็บจำนวน 80,000 บาท และใช้เงินลงทุนเดือนละ 10,000 บาท จำนวน 12 เดือน
รวมเป็น 200,000 บาท ใน 1 ปี โดยเงิน 80,000 บาท แนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้แบบมีกำหนดระยะเวลา ส่วนเงินลงทุนจำนวน 10,000 บาททุกเดือน แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินเพื่อให้เงินมีโอกาสเติบโตในช่วงเวลาสั้นๆ
🚩เป้าหมายระยะปานกลาง : ต้องการซื้อบ้านมูลค่า 5 ลบ. ต้องเตรียมดาวน์จำนวน 1 ลบ. ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ความสำคัญปานกลาง เพราะปัจจุบันอยู่กับครอบครัว)
🚩แนะนำให้ใช้เงินเก็บจำนวน 420,000 บาท เป็นเงินตั้งต้น โดยนำไปลงทุนในกองทุนผสม หรือ
กองทุนหุ้นในสัดส่วน 30% กองทุนตราสารหนี้ 70% เพื่อคาดหวังโอกาสได้รับผลตอบแทนประมาณ 5% ต่อปี ดังนั้นเงินจำนวนนี้เมื่อครบ 5 ปีจะเป็นเงินจำนวน 536,000 บาท ยังคงต้องการเงินอีกจำนวน 464,000 บาท สามารถลงทุนเดือนละ 8,700 บาท เป็นเวลา 48 เดือน
เพื่อคาดหวังให้เงินเติบโตเท่ากับจำนวนเงินที่ต้องการ (464,000 บาท)
🚩เป้าหมายระยะยาว : ต้องการเกษียณในอีก 30 ปีข้างหน้า โดยต้องการมีเงินก้อน จำนวน
20 ลบ. (ความสำคัญมาก)
🚩หลังจากบรรลุเป้าหมายระยะสั้นและกลางในเวลา5 ปีแล้ว จะมีเงินคงเหลือเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีระยะเวลาลงทุนนาน 30 ปี และอาจพิจารณาเพิ่มเงินลงทุนต่อเดือนเพื่อเป้าหมายระยะยาว
🚩นายณรงค์ ชัยประยูรหัทธยา (บอย) อายุ 39 ปี
ต้องการมีอิสรภาพทางการเงิน สำหรับการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล เราจำเป็นต้องรวบรวมและหาข้อมูล สินทรัพย์-หนี้สิน / รายได้-รายจ่าย เพื่อให้รู้ว่าเรามีทรัพย์สิน-หนี้สิน กระแสเงินสด รวมถึงการลงทุนและความคุ้มครองต่างๆ เมื่อรู้แล้วจึงจะสามารถวางแผนต่อไปได้
🚩โดยหากมีภาระหนี้สินเยอะก็จะรู้ว่าไม่ควรก่อหนี้เพิ่มอีก หรือหากต้องการก่อหนี้เพิ่มต้องมีความระมัดระวังเพิ่มขึ้น ลำดับถัดมาคือ ดูสภาพคล่องคงเหลือว่ามีเท่าไหร่ เพียงพอหรือไม่
🚩จากนั้น ต้องมาดูเป้าหมายที่เราต้องการ เป้าหมายส่วนตัว เป้าหมายส่วนรวม โดยเป้าหมาย ต้องระบุชัดเจน หากมีหลายเป้าหมายก็ต้องเรียงลำดับความสำคัญ จำนวนเงินที่ต้องใช้ เพื่อจัดสรรเงินลงทุน โดยจัดสรรเงินตั้งต้นที่มี แบ่งใส่ในแต่ละเป้าหมาย การลงทุน การเลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้ ความสำคัญของเป้าหมาย
🚩สำหรับความกังวลเรื่องผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เรื่องนี้ไม่แปลก เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ยิ่งเราคาดหวังผลตอบแทนไว้สูงก็มีโอกาสผิดหวังสูงเช่นกัน โดยการจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม และมีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (DCA) สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ นอกจากนี้ ระยะเวลาในการลงทุนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากมีระยะเวลาลงทุนที่ยาว ความเสี่ยงก็จะน้อยลง
🚩น.ส.ณัฐวดี จ้อยประดิษฐ์ (ณัฐ) อายุ 26 ปี
🚩อยากถามว่า สำหรับคนที่มีเงินเดือน เป็นพนักงานประจำ มีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้การเงินของเขามุ่งไปสู่ความมั่นคงและมั่งคั่ง
🚩กองทุนบัวหลวงแนะนำว่าวินัยทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับมนุษย์เงินเดือน จำเป็นต้องมีวินัยเป็นอย่างมาก เพราะบางครั้งเราคิดว่าทำงานครบเดือนก็จะมีเงินเข้ามาเรื่อยๆ เงินเดือนนี้หมดก็รอเงินรอบใหม่ ถ้าคิดแบบนั้นก็จบกันแล้ว ไม่มีเงินเก็บแน่ๆ ดังนั้น เราต้องใช้ข้อดีของการเป็นคนมีเงินเดือนมาใช้ นั่นคือ มีเงินเข้ามาอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน เราจึงต้องกันเงินออกสำหรับลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนเช่นกัน ถ้าคิดว่าทำไม่ได้แน่ๆ ก็ต้องบังคับตัวเอง คือการลงทุนแบบ DCA ในวันที่เงินเดือนเข้าทุกเดือน จะช่วยให้ก่อนที่เงินจะถึงมือเราก็มีการแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนแล้ว
🚩นอกจากการลงทุนแล้วอีกสิ่งที่คนมีเงินเดือนต้องคำนึงถึง นั่นคือ เรื่องสุขภาพ เพราะตอนทำงานส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการด้านสุขภาพ เจ็บไข้ได้ป่วยก็เบิกได้ แต่เมื่อถึงวันที่เราเกษียณ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเกิดขึ้นมากในช่วงนั้น เพราะอายุมากขึ้น โอกาสที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะมากขึ้น หากไม่มีสวัสดิการก็ต้องเตรียมหาสวัสดิการให้กับตัวเองด้วย อย่างเช่น ประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ
🚩หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.bblam.co.th หรือโทร. 02-674-6488 กด 8
รายการ 'รวยหุ้น รวยลงทุน ปี4'
ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์
สื่อไทยรัฐทีวี + สื่อออนไลน์ เวลา 10.45- 11.00 น.
ออกอากาศ: วันพฤหัสที่ 15 มิ.ย. 2560
🎬รับชมรายการย้อนหลัง
https://www.youtube.com/watch?v=isbUW0zqfVg
ครบเครื่องเรื่องลงทุน : หุ้น กองทุน | วันจันทร์-ศุกร์
กองทุนที่ตอบโจทย์ชีวิตคุณ
เวลา 10.45-11.00 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32
Line@ : @ruayhoon
Twitter : ruayhoontv
FANPAGE : www.facebook.com/ruayhoontv/
Website : www.ruayhoon.tv
Youtube : www.youtube.com/c/RuayhoonTv
Tel : 089-969-2100
ตอน : สารพันข้อสงสัยเรื่องการเงินของคนวัยทำงาน ตอน2
ผู้ร่วมรายการ : คุณวศิน วัฒนวรกิจกุล CFP® Managing Director, Head of Business Distribution บลจ.บัวหลวง จำกัด
พิธีกร : คุณเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล
🚩กองทุนบัวหลวง จัด Investment workshop อย่างสม่ำเสมอและได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจจากงานรอบที่ผ่านมามาฝากกันครับ
🚩น.ส.นัฏกานต์ วันทวงศ์ (เนส) อายุ 30 ปี
🚩ถามว่าถ้าเรามีหลายเป้าหมาย มีเป้าหมายเกษียณ และมีเป้าหมายอื่นอีกสัก 10 ปี หลังจากนี้ เราจะแบ่งเงินลงทุนอย่างไรดี
🚩กองทุนบัวหลวงแนะนำว่าเราทุกคนสามารถมีได้หลายเป้าหมาย ความสำคัญอยู่ที่ “เป้าหมายของเราต้องชัดเจน” เพราะเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เราสามารถจัดสรรเงินลงทุนได้ดีขึ้นและมีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมาย โดยการทำเป้าหมายให้ชัดเจนนั้น เราต้องสามารถระบุให้ได้ว่าเป้าหมายของเราคืออะไร จำนวนเงินที่เราต้องการสำหรับเป้าหมายนั้น และระยะเวลาที่ต้องการใช้เพื่อบรรลุเป้าหมาย
🚩เป้าหมายระยะสั้น : ไปเที่ยวญี่ปุ่นในอีก 1 ปีข้างหน้ากับครอบครัว ใช้เงิน 200,000 บาท
(ความสำคัญมาก เพราะในครอบครัวคาดหวังอยากไปมาก)
🚩แนะนำให้ใช้เงินเก็บจำนวน 80,000 บาท และใช้เงินลงทุนเดือนละ 10,000 บาท จำนวน 12 เดือน
รวมเป็น 200,000 บาท ใน 1 ปี โดยเงิน 80,000 บาท แนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้แบบมีกำหนดระยะเวลา ส่วนเงินลงทุนจำนวน 10,000 บาททุกเดือน แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินเพื่อให้เงินมีโอกาสเติบโตในช่วงเวลาสั้นๆ
🚩เป้าหมายระยะปานกลาง : ต้องการซื้อบ้านมูลค่า 5 ลบ. ต้องเตรียมดาวน์จำนวน 1 ลบ. ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ความสำคัญปานกลาง เพราะปัจจุบันอยู่กับครอบครัว)
🚩แนะนำให้ใช้เงินเก็บจำนวน 420,000 บาท เป็นเงินตั้งต้น โดยนำไปลงทุนในกองทุนผสม หรือ
กองทุนหุ้นในสัดส่วน 30% กองทุนตราสารหนี้ 70% เพื่อคาดหวังโอกาสได้รับผลตอบแทนประมาณ 5% ต่อปี ดังนั้นเงินจำนวนนี้เมื่อครบ 5 ปีจะเป็นเงินจำนวน 536,000 บาท ยังคงต้องการเงินอีกจำนวน 464,000 บาท สามารถลงทุนเดือนละ 8,700 บาท เป็นเวลา 48 เดือน
เพื่อคาดหวังให้เงินเติบโตเท่ากับจำนวนเงินที่ต้องการ (464,000 บาท)
🚩เป้าหมายระยะยาว : ต้องการเกษียณในอีก 30 ปีข้างหน้า โดยต้องการมีเงินก้อน จำนวน
20 ลบ. (ความสำคัญมาก)
🚩หลังจากบรรลุเป้าหมายระยะสั้นและกลางในเวลา5 ปีแล้ว จะมีเงินคงเหลือเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีระยะเวลาลงทุนนาน 30 ปี และอาจพิจารณาเพิ่มเงินลงทุนต่อเดือนเพื่อเป้าหมายระยะยาว
🚩นายณรงค์ ชัยประยูรหัทธยา (บอย) อายุ 39 ปี
ต้องการมีอิสรภาพทางการเงิน สำหรับการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล เราจำเป็นต้องรวบรวมและหาข้อมูล สินทรัพย์-หนี้สิน / รายได้-รายจ่าย เพื่อให้รู้ว่าเรามีทรัพย์สิน-หนี้สิน กระแสเงินสด รวมถึงการลงทุนและความคุ้มครองต่างๆ เมื่อรู้แล้วจึงจะสามารถวางแผนต่อไปได้
🚩โดยหากมีภาระหนี้สินเยอะก็จะรู้ว่าไม่ควรก่อหนี้เพิ่มอีก หรือหากต้องการก่อหนี้เพิ่มต้องมีความระมัดระวังเพิ่มขึ้น ลำดับถัดมาคือ ดูสภาพคล่องคงเหลือว่ามีเท่าไหร่ เพียงพอหรือไม่
🚩จากนั้น ต้องมาดูเป้าหมายที่เราต้องการ เป้าหมายส่วนตัว เป้าหมายส่วนรวม โดยเป้าหมาย ต้องระบุชัดเจน หากมีหลายเป้าหมายก็ต้องเรียงลำดับความสำคัญ จำนวนเงินที่ต้องใช้ เพื่อจัดสรรเงินลงทุน โดยจัดสรรเงินตั้งต้นที่มี แบ่งใส่ในแต่ละเป้าหมาย การลงทุน การเลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้ ความสำคัญของเป้าหมาย
🚩สำหรับความกังวลเรื่องผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เรื่องนี้ไม่แปลก เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ยิ่งเราคาดหวังผลตอบแทนไว้สูงก็มีโอกาสผิดหวังสูงเช่นกัน โดยการจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม และมีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (DCA) สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ นอกจากนี้ ระยะเวลาในการลงทุนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากมีระยะเวลาลงทุนที่ยาว ความเสี่ยงก็จะน้อยลง
🚩น.ส.ณัฐวดี จ้อยประดิษฐ์ (ณัฐ) อายุ 26 ปี
🚩อยากถามว่า สำหรับคนที่มีเงินเดือน เป็นพนักงานประจำ มีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้การเงินของเขามุ่งไปสู่ความมั่นคงและมั่งคั่ง
🚩กองทุนบัวหลวงแนะนำว่าวินัยทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับมนุษย์เงินเดือน จำเป็นต้องมีวินัยเป็นอย่างมาก เพราะบางครั้งเราคิดว่าทำงานครบเดือนก็จะมีเงินเข้ามาเรื่อยๆ เงินเดือนนี้หมดก็รอเงินรอบใหม่ ถ้าคิดแบบนั้นก็จบกันแล้ว ไม่มีเงินเก็บแน่ๆ ดังนั้น เราต้องใช้ข้อดีของการเป็นคนมีเงินเดือนมาใช้ นั่นคือ มีเงินเข้ามาอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน เราจึงต้องกันเงินออกสำหรับลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนเช่นกัน ถ้าคิดว่าทำไม่ได้แน่ๆ ก็ต้องบังคับตัวเอง คือการลงทุนแบบ DCA ในวันที่เงินเดือนเข้าทุกเดือน จะช่วยให้ก่อนที่เงินจะถึงมือเราก็มีการแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนแล้ว
🚩นอกจากการลงทุนแล้วอีกสิ่งที่คนมีเงินเดือนต้องคำนึงถึง นั่นคือ เรื่องสุขภาพ เพราะตอนทำงานส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการด้านสุขภาพ เจ็บไข้ได้ป่วยก็เบิกได้ แต่เมื่อถึงวันที่เราเกษียณ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเกิดขึ้นมากในช่วงนั้น เพราะอายุมากขึ้น โอกาสที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะมากขึ้น หากไม่มีสวัสดิการก็ต้องเตรียมหาสวัสดิการให้กับตัวเองด้วย อย่างเช่น ประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ
🚩หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.bblam.co.th หรือโทร. 02-674-6488 กด 8
รายการ 'รวยหุ้น รวยลงทุน ปี4'
ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์
สื่อไทยรัฐทีวี + สื่อออนไลน์ เวลา 10.45- 11.00 น.
ออกอากาศ: วันพฤหัสที่ 15 มิ.ย. 2560
🎬รับชมรายการย้อนหลัง
https://www.youtube.com/watch?v=isbUW0zqfVg
ครบเครื่องเรื่องลงทุน : หุ้น กองทุน | วันจันทร์-ศุกร์
กองทุนที่ตอบโจทย์ชีวิตคุณ
เวลา 10.45-11.00 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32
Line@ : @ruayhoon
Twitter : ruayhoontv
FANPAGE : www.facebook.com/ruayhoontv/
Website : www.ruayhoon.tv
Youtube : www.youtube.com/c/RuayhoonTv
Tel : 089-969-2100




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น