เงินดิจิทัล เปลี่ยนโลกได้อย่างไร
ชื่อตอน : เงินดิจิทัล เปลี่ยนโลกได้อย่างไร
ผู้ร่วมรายการ : พลเอก ดำรงค์ ศรีประเสริฐ
ผู้ดำเนินรายการ : คุณเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล
เงินตราในยุคดิจิทัล เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเพราะโลกของเราได้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และความสะดวกสบายต่างๆก็จะพากันเข้ามาอยู่ในมือถือของเราเพียงเครื่องเดียว รวมทั้งระบบเงินตราที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็จะเข้ามาอยู่ในมือถือด้วย โดยอาศัยระบบดิจิทัล
อย่างคนในประเทศจีนหลายร้อยล้านคนได้เปลี่ยนมาใช้เงินในมือถือ ประเทศไทยเราก็กำลังจะเปลี่ยนมาใช้เงินในมือถือในระบบพร้อมเพย์ และยกเลิกการใช้เงินสดในอนาคต
เงินดิจิทัลขณะนี้จะมี 2 ชนิด คือ เงินดิจิทัลที่เป็นเงินตราประจำชาติที่ทุกประเทศจะเปลี่ยนจากเงินธนบัตรมาเป็นเงินในระบบดิจิทัล เอาไว้บนมือถือ แต่เงินดิจิทัลชนิดนี้จะใช้ซื้อสินค้าได้เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น
แต่เมื่อต้นปี 2009 ได้มีผู้คิดค้นเงินดิจิทัลอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา เรียกว่าเงินคริปโต หรือ Cryptocurrency ข้อแตกต่างก็คือเงินคริปโตเป็นเงินสกุลสากลที่สามารถจะนำไปใช้จ่ายได้ทั่วโลก
โดยการใช้เงินคริปโต จะมีประโยชน์มากกว่าเงินธนบัตรในหลักใหญ่ๆ 3 ประการ ดังนี้คือ
1) อยู่ในมือถือ ไม่ต้องพกเงินสด จึงไม่ต้องกลัวเงินหายหรือถูกขโมย
2) นำไปใช้จ่าย หรือโอนเงินให้กันได้ทั่วโลก โดยใช้เวลาประมาณ 1 นาที โดยไม่ต้องผ่านระบบธนาคาร ไม่ต้องแลกเปลี่ยนเงินตรา จึงสะดวกรวดเร็ว ประหยัดค่าบริการ และมีความปลอดภัยที่สูงมาก
3) ร้านค้าเสียค่าบริการถูกกว่า การรับชำระค่าสินค้าของตนด้วยบัตรเครดิตหลายเท่า
เมื่อการใช้เงินคริปโต มีประโยชน์มากกว่าเงินธนบัตร จึงคาดว่าอีกไม่นานคนในโลกก็คงจะเปลี่ยนมาใช้เงินคริปโต แทนการใช้เงินธนบัตร เช่นเงินดอลลาร์
เงินบิทคอยน์ที่เป็นเงินคริปโตสกุลแรกของโลก ผลิตขึ้นมาเมื่อปี 2009 เป็นเงินคริปโตที่มีคนรู้จักมากที่สุดในตอนนี้ แต่ก็ยังมีผู้คนและร้านค้าให้การยอมรับน้อยกว่าเงินคริปโตยี่ห้อวันคอยน์ เนื่องจาก
1) การจดทะเบียน เงินบิทคอยน์ ไม่มีบริษัท ไม่ได้จดทะเบียน อยู่ที่ไหนใครเป็นเจ้าของก็ยังไม่มีใครรู้ แต่บริษัทวันคอยน์จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีสน.ใหญ่อยู่ที่ดูไบ และสน.สาขาอยู่ที่บัลกาเลีย และฮ่องกง
2) เป้าหมายการผลิต ผู้ผลิตเงินวันคอยน์มีเป้าหมายในการผลิตเพื่อให้คนทั้งโลกเอาไปใช้งานจริง จึงไม่เอาขึ้นไปขายในตลาดเพื่อการเก็งกำไร แต่เงินบิทคอยน์ถูกนำไปซื้อขายเก็งกำไรกันในตลาดเป็นส่วนใหญ่
3) จำนวนผลิต เงินบิทคอยน์ผลิตขึ้นมาเพียง 21 ล้านเหรียญจึงไม่พอที่จะนำไปใช้งานจริง แถมยังปั่นราคาได้ง่ายเพราะมีน้อย ราคาจึงผันผวนขึ้นลงเร็วและขึ้นลงแต่ละครั้งสูงมาก ร้านค้าส่วนใหญ่จึงไม่กล้าที่จะรับเงินบิทคอยน์ ในขณะที่เงินวันคอยน์ผลิตขึ้นมาจำนวน 120,000 ล้านเหรียญเพียงพอต่อการนำไปใช้งานจริง และทำให้ปั่นราคาลำบาก ค่าของเงินจึงมีเสถียรภาพ เหมาะแก่การนำไปใช้งานจริง ร้านค้าจึงให้การยอมรับเพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน
4) ความโปร่งใส เงินบิทคอยน์ไม่มีระบบ KYC จึงถูกเอาไปใช้ในการก่ออาชญากรรมได้ง่าย ส่วนเงินวันคอยน์ ณ ปัจจุบันเป็นเงินคริปโตยี่ห้อแรกที่มีการบันทึกระบบ KYC ของทุกคนที่ต้องการจะเปิดบัญชีเงินวันคอยน์
สมัยที่เงินบิทคอยน์เกิดขึ้นมาใหม่ๆ ปี2009 ราคาเหรียญละ 10 กว่าบาทเท่านั้น แต่ไม่มีใครเอามาบอกให้คนไทยรู้ พอตอนนี้เงินบิทคอยขึ้นไปถึงเหรียญละ 80,000-100,000 บาททุกคนก็นึกเสียดาย แต่วันคอยน์เป็นโอกาสใหม่ที่เพิ่งเริ่มผลิตมาได้เพียงปีครึ่งราคาก็ยังต่ำอยู่ จึงเป็นโอกาสใหม่ สำหรับคนไทยทุกคน
จากการศึกษาค้นคว้ามาเป็นเวลา 1 ปีเต็มผมก็พบว่าบริษัทวันคอยน์ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ หรือ มันนี่เกม แต่บริษัทวันคอยน์กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย ในประมาณปลายปีหน้า หรือปี 2018
รายละเอียดเกี่ยวกับเงินคริปโค บล็อกเชน เงินบิทคอยน์ และเงินวันคอยน์อยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว ใครต้องการก็แอดไลน์ Sam-1551 เพื่อสั่งซื้อได้
รายการ 'รวยหุ้น รวยลงทุน ปี4'
ทุกวันอังคารถึงศุกร์
ไทยรัฐทีวี เวลา 10.45- 11.00 น.
ออกอากาศ: วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม 2560
🎬รับชมรายการย้อนหลัง
https://youtu.be/5FH6R42w_1s
ครบเครื่องเรื่องลงทุน : หุ้น | กองทุน | ภาษี | การเงินการธนาคาร | การค้าการลงทุน
กองทุนไหนตอบโจทย์ชีวิตคุณ
KTAM | CPAM | Phillips | TMBAM | กองทุนบัวหลวง
📆 วันจันทร์-ศุกร์
เวลา 10.45-11.00 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32
📲
Line ID : @ruayhoon
Add Line คลิก : https://line.me/R/ti/p/%40ruayhoon
IG&Twitter : รวยหุ้น รวยลงทุน
Tel : 089-969-2100
FANPAGE : www.facebook.com/ruayhoontv
Website : www.ruayhoon.tv
Youtube : www.youtube.com/c/RuayhoonTv
ผู้ร่วมรายการ : พลเอก ดำรงค์ ศรีประเสริฐ
ผู้ดำเนินรายการ : คุณเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล
เงินตราในยุคดิจิทัล เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเพราะโลกของเราได้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และความสะดวกสบายต่างๆก็จะพากันเข้ามาอยู่ในมือถือของเราเพียงเครื่องเดียว รวมทั้งระบบเงินตราที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็จะเข้ามาอยู่ในมือถือด้วย โดยอาศัยระบบดิจิทัล
อย่างคนในประเทศจีนหลายร้อยล้านคนได้เปลี่ยนมาใช้เงินในมือถือ ประเทศไทยเราก็กำลังจะเปลี่ยนมาใช้เงินในมือถือในระบบพร้อมเพย์ และยกเลิกการใช้เงินสดในอนาคต
เงินดิจิทัลขณะนี้จะมี 2 ชนิด คือ เงินดิจิทัลที่เป็นเงินตราประจำชาติที่ทุกประเทศจะเปลี่ยนจากเงินธนบัตรมาเป็นเงินในระบบดิจิทัล เอาไว้บนมือถือ แต่เงินดิจิทัลชนิดนี้จะใช้ซื้อสินค้าได้เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น
แต่เมื่อต้นปี 2009 ได้มีผู้คิดค้นเงินดิจิทัลอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา เรียกว่าเงินคริปโต หรือ Cryptocurrency ข้อแตกต่างก็คือเงินคริปโตเป็นเงินสกุลสากลที่สามารถจะนำไปใช้จ่ายได้ทั่วโลก
โดยการใช้เงินคริปโต จะมีประโยชน์มากกว่าเงินธนบัตรในหลักใหญ่ๆ 3 ประการ ดังนี้คือ
1) อยู่ในมือถือ ไม่ต้องพกเงินสด จึงไม่ต้องกลัวเงินหายหรือถูกขโมย
2) นำไปใช้จ่าย หรือโอนเงินให้กันได้ทั่วโลก โดยใช้เวลาประมาณ 1 นาที โดยไม่ต้องผ่านระบบธนาคาร ไม่ต้องแลกเปลี่ยนเงินตรา จึงสะดวกรวดเร็ว ประหยัดค่าบริการ และมีความปลอดภัยที่สูงมาก
3) ร้านค้าเสียค่าบริการถูกกว่า การรับชำระค่าสินค้าของตนด้วยบัตรเครดิตหลายเท่า
เมื่อการใช้เงินคริปโต มีประโยชน์มากกว่าเงินธนบัตร จึงคาดว่าอีกไม่นานคนในโลกก็คงจะเปลี่ยนมาใช้เงินคริปโต แทนการใช้เงินธนบัตร เช่นเงินดอลลาร์
เงินบิทคอยน์ที่เป็นเงินคริปโตสกุลแรกของโลก ผลิตขึ้นมาเมื่อปี 2009 เป็นเงินคริปโตที่มีคนรู้จักมากที่สุดในตอนนี้ แต่ก็ยังมีผู้คนและร้านค้าให้การยอมรับน้อยกว่าเงินคริปโตยี่ห้อวันคอยน์ เนื่องจาก
1) การจดทะเบียน เงินบิทคอยน์ ไม่มีบริษัท ไม่ได้จดทะเบียน อยู่ที่ไหนใครเป็นเจ้าของก็ยังไม่มีใครรู้ แต่บริษัทวันคอยน์จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีสน.ใหญ่อยู่ที่ดูไบ และสน.สาขาอยู่ที่บัลกาเลีย และฮ่องกง
2) เป้าหมายการผลิต ผู้ผลิตเงินวันคอยน์มีเป้าหมายในการผลิตเพื่อให้คนทั้งโลกเอาไปใช้งานจริง จึงไม่เอาขึ้นไปขายในตลาดเพื่อการเก็งกำไร แต่เงินบิทคอยน์ถูกนำไปซื้อขายเก็งกำไรกันในตลาดเป็นส่วนใหญ่
3) จำนวนผลิต เงินบิทคอยน์ผลิตขึ้นมาเพียง 21 ล้านเหรียญจึงไม่พอที่จะนำไปใช้งานจริง แถมยังปั่นราคาได้ง่ายเพราะมีน้อย ราคาจึงผันผวนขึ้นลงเร็วและขึ้นลงแต่ละครั้งสูงมาก ร้านค้าส่วนใหญ่จึงไม่กล้าที่จะรับเงินบิทคอยน์ ในขณะที่เงินวันคอยน์ผลิตขึ้นมาจำนวน 120,000 ล้านเหรียญเพียงพอต่อการนำไปใช้งานจริง และทำให้ปั่นราคาลำบาก ค่าของเงินจึงมีเสถียรภาพ เหมาะแก่การนำไปใช้งานจริง ร้านค้าจึงให้การยอมรับเพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน
4) ความโปร่งใส เงินบิทคอยน์ไม่มีระบบ KYC จึงถูกเอาไปใช้ในการก่ออาชญากรรมได้ง่าย ส่วนเงินวันคอยน์ ณ ปัจจุบันเป็นเงินคริปโตยี่ห้อแรกที่มีการบันทึกระบบ KYC ของทุกคนที่ต้องการจะเปิดบัญชีเงินวันคอยน์
สมัยที่เงินบิทคอยน์เกิดขึ้นมาใหม่ๆ ปี2009 ราคาเหรียญละ 10 กว่าบาทเท่านั้น แต่ไม่มีใครเอามาบอกให้คนไทยรู้ พอตอนนี้เงินบิทคอยขึ้นไปถึงเหรียญละ 80,000-100,000 บาททุกคนก็นึกเสียดาย แต่วันคอยน์เป็นโอกาสใหม่ที่เพิ่งเริ่มผลิตมาได้เพียงปีครึ่งราคาก็ยังต่ำอยู่ จึงเป็นโอกาสใหม่ สำหรับคนไทยทุกคน
จากการศึกษาค้นคว้ามาเป็นเวลา 1 ปีเต็มผมก็พบว่าบริษัทวันคอยน์ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ หรือ มันนี่เกม แต่บริษัทวันคอยน์กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย ในประมาณปลายปีหน้า หรือปี 2018
รายละเอียดเกี่ยวกับเงินคริปโค บล็อกเชน เงินบิทคอยน์ และเงินวันคอยน์อยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว ใครต้องการก็แอดไลน์ Sam-1551 เพื่อสั่งซื้อได้
รายการ 'รวยหุ้น รวยลงทุน ปี4'
ทุกวันอังคารถึงศุกร์
ไทยรัฐทีวี เวลา 10.45- 11.00 น.
ออกอากาศ: วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม 2560
🎬รับชมรายการย้อนหลัง
https://youtu.be/5FH6R42w_1s
ครบเครื่องเรื่องลงทุน : หุ้น | กองทุน | ภาษี | การเงินการธนาคาร | การค้าการลงทุน
กองทุนไหนตอบโจทย์ชีวิตคุณ
KTAM | CPAM | Phillips | TMBAM | กองทุนบัวหลวง
📆 วันจันทร์-ศุกร์
เวลา 10.45-11.00 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32
📲
Line ID : @ruayhoon
Add Line คลิก : https://line.me/R/ti/p/%40ruayhoon
IG&Twitter : รวยหุ้น รวยลงทุน
Tel : 089-969-2100
FANPAGE : www.facebook.com/ruayhoontv
Website : www.ruayhoon.tv
Youtube : www.youtube.com/c/RuayhoonTv

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น